2006/Jul/20

*~::. Photo of the Memory .::~*


At Kyeongbok Palace, Seoul Korea on 19 May 06 (Photo by Paul)



*~::. MarS & SaturN's Profile .::~*

Name : Amphawaphalin, Pheingphin Ms.
Birth Day : 198X, Aug 30
Height : 160 cm. Weight : 48 kg.
Blood : O type
Education : BS.C Srinakarintrwirot U., Humanities
Work : Tour Guide (Korea & Japan)
Hobbies : Travel
Nature : Always Wanna Loving
Fav. Food : Strawberry / Pork Basil
Fav. Color : Grey / Pink / Violet
Fav. artist : SMAP / TVfXQ / Super Junior / Oom Sunisa / Mika Nakashima / BoA / Fly To The Sky / Hey
Fav. Song : Yozora no Mukou(SMAP) / Unforgettable(TVfXQ) / Hug(TVfXQ) / Yuki no hana(Mika) / No.1(BoA) / You'r the One(SJ) /
Spec : Warm & Sweet Like Song Sung Heon Oppa


2006/Jul/20

การทำให้ทุกคนพอใจนั้นเป็นเรื่องยาก
บางครั้ง สิ่งที่เราคิดว่าได้ทำอย่างดีที่สุดแล้วนั้น
ก็ใช่ว่าจะดีที่สุดสำหรับทุกคนเสมอไป
บางที บางครั้ง อาจเผลอทำร้ายจิตใจของใครบางคนไป
โดยไม่ได้ตั้งใจก็เป็นได้
การปรารถนาดีต่อคนหนึ่ง
อาจเป็นการทำร้ายจิตใจทางอ้อมของคนอีกคน
หรือ คนคนเดียวกันก็เป็นได้
ยากนะ....กับการที่จะทำให้ใครทุกคนพอใจ
และยินดีกับสิ่งที่เราได้ทำไปทั้งหมด
แม้นจะคิดว่าทำอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม
....................................................
สิ่งที่เรียกว่าความรัก...มันแปลกดีนะ
มันอาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆละมั๊ง ที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น
ความรู้สึกดีๆที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ
จากการแค่อยากเห็นหน้า จนกลายเป็นมองแล้วมีความสุข
จนกลายเป็นความชอบ กลายเป็นความผูกพันในความรู้สึก
และการเป็นความรู้สึกที่ขาดไม่ได้ และ ทนไม่ได้ที่จะไม่ได้เจอ
ทั้งที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่อดไม่ได้ที่จะเห็นแก่ตัว อยากเก็บ
อยากครอบครองเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
แต่ว่า สิ่งนั้น....ทำไม่ได้หรอก ไม่สามารถทำได้
แม้นเพียงแต่จะบอกสิ่งที่รู้สึกตอนนี้ออกไป ยังไม่กล้าเลยด้วยซ้ำ
กลัวว่า สิ่งที่เคยเป็น สิ่งที่เป็นอยู่ จะกลายเป็นฝุ่นละออง แล้วหายไปทั้งหมด
เมื่อพูดคำๆนั้นจบลง ความสัมพันธ์ของเรา มันคงจบลง.... แค่เพื่อน
ก็ดีแล้วใช่ไม๊ ชั๊นควรจะพอใจแล้ว ที่อย่างน้อย ส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ
ก็มีชั๊นอยู่บ้าง ถึงแม้นจะอยู่คนละตำแหน่งกับที่ชั๊นต้องการก็ตาม
แต่การที่ได้ทำสิ่งต่างๆให้ ด้วยความรัก มันก็ทำให้ชั๊นมีความสุขแล้ว
ถึงแม้นว่า ชั่วชีวิต จะไม่มีสิทธิที่จะพูดคำนั้นออกไปก็ตาม
หากเพียงสายลมจะช่วยพัดผ่านตัวเธอ ช่วยผ่านกระซิบบอกเธอด้วยว่า
ความรักของชั๊น และความรู้สึกที่มี
ะอยู่ข้างๆ และโอบกอดเธอเอาไว้เบาๆ
...............ด้วยหัวใจ...............

2005/Dec/22


*~::..::~*~::..::~*~::..::~*~::..::~*~::..::~*~::..::~*
Photo's Comment
Micky : ชุนชุน รูปนี้ของชุนชุน ทำให้เราคลั่งอีกแล้วนะ อย่าทำอะไรโดนใจเราบ่อยนักได้ไม๊
Max : น้องชายที่รัก ก็ยังคงดูสดใส น่าจุ๊บอยู่เหมือนเดิม เสียดายรูปนี้มองไม่เห็นลูกกะตากลมๆเลย
U-Know : รูปนี้ยุนยุนดูเหมือนจะผอมลง เพราะแพ้ท้องแทนเมียเลยกินไรไม่ลง (ต้องบำรุงเมียมากกว่าตัวเอง)
Xiah : ขนาดชุดซ้อมเต้นนะเนี่ยะ...(-__-lll)
Hero : นั่งอยู่ข้างหลังเพราะกำลังท้องกำลังไส้ ยุนยุนบอกว่าให้นั่งพักเดี๋ยวลูกกระเทือน (o_O)
*~::..::~*~::..::~*~::..::~*~::..::~*~::..::~*~::..::~*



(ย้อนกลับไปดูบล๊อคหน้าล่าสุดของตัวเองที่อัพเดทไว้....อืมมม....วันที่ 16 ต.ค. (วันปฎิวัติ) แค่สองเดือนกว่าเอง (-__-ll) เหอ เหอ เหอ)

ตั้งใจทำ Category Around The World ไว้ เพราะอยากจะเขียนเล่าเรื่องราวของการเดินทาง เวลาที่ได้เดินทางไปแต่ละที่ แต่ละที่ เพราะทุกที่ที่ได้เดินทาง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่น่าจะบันทึกไว้ แต่ตนแล้วจนรอด ตั้งแต่เริ่มทำ ก็เดินไปเดินมาจนเท้าเปื่อยแล้ว ก็ยังไม่ได้ฤกษ์เขียนเรื่องราวในหมวดนี้ซะที.....

อีกไม่กี่ชั่วโมง ก็กำลังจะหมดลงไปอีกหนึ่งปี และก็กำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกหนึ่งปีแล้ว....ปีนี้ มีเรื่องราวของการเดินทางมากมายให้จดจำจริงๆ ทั้งการได้เดินทางไปที่ที่อยากไปที่สุดในโลก ทั้งการเดินทางกับสายการบินที่เข็ดขยาด ทั้งการเดินทางไปที่ที่ยังกับอยู่กรุงเทพ ทั้งการเดินทางไปยืนรอคนเพื่อได้เห็นหน้าเกือบ 10 ชั่วโมงท่ามกลางอุณหภูมิ 3 องศา เกือบแข็งตาย แต่ก็ได้รับสิ่งดีๆกลับมาเยอะแยะจริงๆ

ต้นปีที่ผ่านมา เริ่มต้นปี 2005 ด้วยการไปฉลองปีใหม่ที่เกาหลี สำหรับเกาหลีนี่ แทบจะเหมือนเป็นบ้านหลังที่สี่ของเราแล้วมั๊ง เป็นประเทศที่ได้ไปบ่อยที่สุด พอมานั่งคิดๆดูก็แปลกดี ชอบญี่ปุ่นมาสิบปี แต่เพิ่งมีโอกาสได้เหยียบเมืองโตเกียวเอาปีที่สิบ แต่กับเกาหลี นับถึงวันนี้ก็แค่ปีครึ่ง แต่ได้ไปเหยียบเมืองโซลถึงห้าครั้ง และแต่ละครั้งก็เรียกว่าเที่ยวจนคุ้ม ซอกซอนจนรู้ไปเกือบหมดแล้วจริงๆ จะดีใจดีไม๊??

ต้นปี 2005 ที่ไปเริ่มนับถอยหลังในคอนเสิร์ต พร้อมกับชุนชุน ไม่ซิ ต้องบอกว่าพร้อมกับดงบังชินกิทั้งห้าคน เรน เซเว่น ชินหวา แล้วใครอีกหว่า พวกผู้หญิงนี่ไม่รู้จัก จำชื่อไม่ได้แฮะ สาระบบสมองของชั๊น จำได้แต่ชื่อผู้ชาย (-__-lll) ได้ไปนั่งมอง ชุนชุน น้องแมกซ์ ยุนยุน จุงกี้ เชีย เป่าแซกแบบขำขำ จนถึงตอนนี้ก็ยังจำท่าเปิ่นๆของแต่ละคนได้ ตอนกล้องยังไม่จับภาพ แต่ละคนนี่อารมณ์ฮากันน่าดู ที่จำได้สนิทก็คงเป็นตอนนี้ยุนยุนจับผมจุงกี้มั๊ง ประมาณว่าต้องการสื่อให้คนทั้งโลกรับรู้ว่าเรารักกันงั๊นซินะ แล้วก็ตอนที่แต่ละคนเป่าแซกกันแล้วเสียงไม่ออก แล้วทำหน้าเหวอๆกัน อืมม ยังไงอีกหว่า ชักจะเลือนลางจนจำไม่ได้ ไว้กลับไปเอาวีดีโอที่อัดไว้มาดูอีกที ต้นปีนี้ เป็นปีที่น่าประทับใจ เสียดายอย่างเดียวที่ไม่ได้ตามไปบ้านของหนุ่มๆ เพราะว่าปีนี้ยุนยุนออกมาแฮปปี้นิวเยียร์แฟนๆด้วย แต่ว่าฉากแบบนั้นคงไม่มีอีกแล้วล่ะมั๊ง ก็ปีนี้แฟนๆที่ไปตามถึงที่บ้านรุนแรงกันน่าดู....ตอนนั้นยังไม่ได้ปิ๊งชุนชุนเท่าไหร่เลย เรียกว่าเป็นอารมณ์ดงบังทั้งวงมากกว่า แต่พิเศษก็ต้องน้องแมกซ์ น้องชายตัวเองเพราะว่าตอนนั้นยังอยู่ในอารมณ์หลงน้องรักน้องอยู่ เลยค่อนข้างจะโฟกัสไปที่น้องซะมาก วีดีโอที่อัดมาเลยกลายเป็นโฟกัสที่น้องแมกซ์ซะจนแทบจะไม่เห็นชุนชุนเลย (T__T) ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ปิ๊งเฮซองเลยด้วย เลยยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ได้โฟกัสเฮซองเลย ให้ตายเหอะ....แล้วตูถ่ายเซเว่นมา ด้วยความสับสนคิดว่าเป็นเรนซะงั๊น (ฟอร์ว๊อท?) ตอนจบงานยังคงลังเลอยากจะตามไปบ้านดงบังใจจะขาด..แต่เพื่อเกาหลีที่เป็นคนเอาบัตรคอนให้ห้ามไม่ให้ไป เพาะจะให้ไปอยู่ในงานจับมือของนักร้องผู้หญิงที่ตัวเองเป็นแฟนคลับ(คือที่ได้บัตรคอนมาเพราะเป็นแฟนคลับของนักร้องผู้หญิงคนนี้) แล้วแบบผู้หญิงคนนี้เค้าได้รับรางวัลในวันนั้นด้วยไง เหบ่าแฟนคลับเลยต้องไปแสดงความยินดีกัน แล้วอีชั๊นก็ต้องไปด้วย(ฟอร์ว๊อท??) นักร้องผู้หญิงคนนั้นเค้าทำท่าดีใจใหญ่เลยที่มีคนต่างชาติมาเชียร์เค้าด้วย เค้าถามว่ามาจากไหน เราก็ตอบไปว่ามาจากเมืองไทย เค้าก็บอกว่าขอบคุณนะที่มาเชียร์เค้าถึงที่นี่ ใจอยากจะบอกว่า คือ...เปล่าค่ะ มาเชียร์ดงบัง เหอะๆ ซะงั๊น.....(แต่ไม่กล้าพูดไป กลัวโดนกระตื๊บตายอยู่แถวนั้น) รู้งี๊ไปบ้านดงบังดีกว่า จะได้เห็นชอตที่ยุนยุนออกมาแฮปปี้นิวเยียร์แฟนๆ(หลังจากอีผู้จัดการจอมโหดกลับไปแล้ว)

เดือนมีนาคม เดือนแห่งความรัก(หลงฤดู) ไปเกาหลีอีกรอบกับพี่ทิพย์ ครั้งแรกเลยที่ได้เห็นพี่ทิพย์ อารมณ์ตอนนั้นคือ กลัว...ผู้หญิงคนนี้ต้องดุแน่ๆ หน้าดุมากมาย แต่ว่าพอได้ไปเที่ยวด้วยกัน ทำให้เราได้พี่สาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน รักพี่ทิพย์ พี่ทิพย์เป็นพี่สาวที่น่ารักมากๆ เรากับพี่ทิพย์มีนิสัยคล้ายๆกันคือ ลุยๆ นักเลง แต่พี่ทิพย์คงยิ่งกว่าอีก แต่เพราะแบบนี้ทำให้เรากล้าและสามารถคุยอย่างเปิดอกกับพี่ทเพย์ได้เกือบทุกเรื่อง แม้นแต่เรื่องที่ไม่ควรจะเล่าให้ใครฟัง แต่เราก็เล่าให้พี่ทิพย์ฟัง และพี่ทิพย์ก็ยอมรับฟังน้องงี่เง่าคนนี้ที่ทำอะไรโง่ๆอยู่เสมอ ไปเที่ยวกับพี่ทิพย์ครั้งนี้ พี่ทิพย์คอยช่วยเตือนสติ เพราะเกิดเรื่องคือนึกว่าตั๋วหาย คือหน้านี่ชาไปแล้ว จะทำยังไง จะออกตั๋วใหม่เพื่อกลับประเทศนี่ค่าปรับก็ประมาณร้อยเหรียญยูเอส อาจจะน้อยสำหรับหลายคนแต่มันมากสำหรับเรานะ เงินเดือน 1 ในสามเลย แต่พี่ทิพย์ก็ช่วยไว้ และก็สอนให้ว่าทุกอย่างต้องมีสติ แล้วทุกอย่างจะแก้ไขได้ดีเอง จริงด้วยเนอะ และในการเดินทางครั้งนี้ก็ได้พบความรัก(เหรอ??) ไม่หรอก ก็เรียกได้ว่า รักแบบขำขำ จนถึงวันนี้ก็ยังคิดอยู่ว่ารักลงไปได้ยังไง แต่ว่าเพราะผู้ชายคนนี้แหล่ะ ที่ทำให้เรารักชุนชุน คลั่งชุนชนแบบในตอนนี้ เพราะว่าเค้าหน้าเหมือนชุนชุนไง(ตรงไหนวะ??) วอนอู....เป็นผู้ชายที่แปลกมาก คือไม่หล่อเลย แต่มีเสน่ห์ ไม่รวยด้วย ไม่เท่ด้วย แต่ว่าอบอุ่น ตอนแรกที่มองอยู่ รู้สึกคุ้นมากว่าวอนอูนี่หน้ามันคุ้นๆแฮะ เหมือนคนที่เคยเห็นที่ไหนซักแห่ง จนมาเปิดโฟโต้บุ๊คที่ซื้อมาวันที่ไปเดินเมียงดงนั่นแหล่ะ อ๋อเลย....เหมือนมิกกี้มาก ก็เลยเรียกว่ามิกกี้ แต่วอนอูค่อนข้างแอนตี้ดงบังชินกิ เลยเลิกคุยด้วยความโมโห วอนอูชอบบอกว่าชอบไปได้ไง พอเราบอกว่าวอนอูหน้าคล้ายมิกกี้ แทนที่จะดีใจ เค้าก็บอกว่าไม่ๆๆไม่ยอมรับ เค้าบอกว่าเค้าหน้าเหมือนวอนบิน เพราะวอนบินคือพี่ชายเค้า เราเลยแซวว่า หน้าเหมือน "วอนตีนกู" มากกว่านะ เหอๆๆๆ ที่จำได้แล้วจนถึงวันนี้ก็ยังเอามาแซววอนอูบ่อยๆเวลาคุยกันก็คือ มีพี่คนนึงเค้าถาามวอนอูว่า What is your activity? แล้ววอนอูตอบว่า Study and Sleepy ก็คือจริงๆ ถ้าว่างจากการถ่ายรูปที่ต้องทำงานแล้ว ก็เห็นไม่เธอนอนหลับก็อ่านหนังสือ(นิยายจีนภาษาเกาหลี) ไม่ก็กิน มีอยู่เท่านี้เอง พี่คนที่ถามก็เลยแซวว่า อ๋ออ ที่แท้ your activity is Study Pee Sleep (วอนอูบอกว่า สตาดี้แอนด์สลีปปี้ พี่เค้าเลยแซวว่า อ๋อ...สตาดี้ ปี้ สลีป ไง) แล้ววอนอูก็เลยพยายามถามเราใหญ่เลยว่า what's pee (ว๊อทส์ ปี้???) ถามอยู่นั่น แล้วจะให้เราตอบว่าไงวะ....เหอๆๆๆ จนป่านนี้ก็ยังเอามาแซววอนอูอยู่ แต่ว่าเค้ารู้แล้วล่ะว่าอะไรคือปี้ hahaha~~ ว่าแล้วก็ คิดถึงวอนอูชะมัด จุดเริ่มต้นที่ทำให้เรากลายเป็นคุณนยาย Park ถึงทุกวันนี้....โฮะๆๆๆ

เดือนเมษายน...ช่วงสงกรานต์ ได้ไปเกาหลีอีกครั้ง ชีพจรลงเท้าในประเทศเกาหลีมาก ปีนี้ไปเพื่อดูเทศกาลดอกไม้บาน(ว่าจะเท่ารูจมูกที่บานออกทุกวันของ.....ไม๊) การไปเที่ยวครั้งนี้ เจอกับเหตุการณ์แย่ๆ และก็เหตุการณ์ดีๆ ติดกัน จนไม่รู้จะเรียกว่าอะไร แต่มันก็ทำให้เราได้รู้สันดานของผู้ชายเกาหลีมากขึ้น ว่าถ้า.......ช่างเหอะ เราพยายามจะลืมมัน รวมทั้งลืมหน้ามันด้วย แต่ว่าการไปครั้งนี้ก็ทำให้เราได้เจอเฮซอง ได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้อบอุ่นมากแค่ไหน และเฟรนด์ลี่กับแฟนเพลงมากแค่ไหน วันที่เราไปเอเวอร์แลนด์ ถ้าไม่ใช่ว่าเราแยกตัวจากคนอื่นๆ มาเดินคนเดียว ก็คงไม่ได้พบเฮซอง ยังจำได้ทุกชอตเลย เพราะว่าเป็นคนต่างชาติ เค้าเลยไม่คิดว่าเราจะรู้จักเฮซอง เค้ากันคนเกาหลีออกจากลานที่จะเข้าไปด้านหลังที่จอดรถหมด แต่ไม่กันเรา ให้เราเดินเข้าไปได้ จนเดินตามเฮซองไปเรื่อยๆ ตอนแรกก็แอบเสียใจ ที่ไปขอสต๊าฟผู้หญิงว่า ขอถ่ายรูปเฮซองได้ไม๊(ถ่ายด้วยกล้องมือถือนี่แหล่ะ คือทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีกล้องถ่ายรูปเลย มีแต่มือถือ)สต๊าฟเค้าก็บอกว่าไม่ได้ แต่เราก็งั๊นขอเดินตามเฮซองต่อไปเรื่อยๆก็พอ จนถึงตรงที่จอดรถนั่นแหล่ะ สต๊าฟผู้หญิงเข้าไปพูดไรกับเฮซองไม่รู้ แล้วเฮซองก็หันมาหาเราแล้วกวักมือเรียก อารมณ์ตอนนั้นคือ หัวใจที่ลอยไปแล้ว ไม่คิดจริงๆว่าเฮซองแห่งชินหวา จะเรียกเราเข้าไปหา เรียกเข้าไปคุย เรียกเข้าไปถาม ไปถ่ายรูปด้วย เซ็นต์ลายเซ็นต์ให้ คือความรู้สึกตอนนั้น อยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากเชื่อมากกว่า ประทับใจ และก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อบอุ่นชะมัด ตอนที่เฮซองโอบตอนถ่ายรูป คือหัวใจมันลอยไปแล้ว ลืมหน้าชุนชุนไปเลยชั่วคราว เฮซองเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากจริงๆ ขอบคุณนะที่ทำให้เราได้รับรู้ความรู้สึกดีๆแบบนี้ เราจะชอบเฮซองตลอดไป.....อืมม จนถึงวันนี้ นี่ก็ยังคงเป็นความภูมิใจที่สุดเรื่องนึงของเราอยู่เสมอ I love you Hyesung Shinwha....

เดือน กันยายน ปีนี้ เป็นเดือนที่เราจะเก็บไว้ในความทรงจำที่ดีที่สุด ถึงแม้นว่าการเดินทางจะไม่ประทับใจ ไม่ราบรื่นแล้วมีเรื่องให้ปวดหัวมากมาย แต่เดือนกันยายนปีนี้ เป็นเดือนและปีที่ทำให้เราได้ไปประเทศที่เราใฝ่ฝันมาตลอดสิบปี จะผ่านไปนานเท่าไหร่ ประเทศที่เราอยากไปที่สุด อยากอยู่ที่สุด ก็คือประเทศนี้ ประเทศที่มีคนที่เรารักมากมายอยู่ ถึงแม้นว่าจะเป็นแค่ทริปสั้นๆในญี่ปุ่น แล้วได้อยู่แต่ในโตเกียวซะเป็นส่วนใหญ่ แถมยังต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เพื่อนตกเครื่องบินจนต้องจัดการธุระให้ จนไม่ได้ไปทำในสิ่งที่ตัวเองหวังไว้ แต่ยังไงก็ตาม การไปญี่ปุ่นครั้งนี้ก็จะเป็นการเดินทางที่อยู่ในความทรงจำที่สำคัญที่สุดของเราตลอด ก่อนหน้านี้ เวลาที่บินไปเกาหลี แล้วต้องผ่านญี่ปุ่น เวลาที่หน้จอโชว์ว่าตอนนี้บินอยู่เหนือโตเกียว เราต้องแอบทำมิวสิคทุกที อารมณ์ประมาณว่า ใครก็ได้ ช่วยถีบกรูลงเครื่องไปที กรูจะลงตรงนี้ แต่แล้วในที่สุด เราก็ได้มาเหยียบเมืองโตเกียวที่ใฝ่ฝันจนได้ ร้านไอศกรีม 31 ที่อร่อยที่สุดในชิบูย่า...หนุ่มน้อยที่ขี่จักรยานผ่านที่อาคาซากะ แล้วเราวิ่งตาม (-__-lll)...โฮสต์สุดหล่อที่ชิบูย่าท่ามกลางปอบฝนกับร่มคันใส...หนุ่มร้านคาราโอเกะที่แอบแต๊ะอั๋งมือเรา (-__-lll)X...ปลาดิบที่หวานมันสุดๆ...สะพานที่รวมของคอสเพลย์ที่ฮาราจูกุ...ร้านจอนห์นนี่ที่ใฝ่ฝันแต่เป็นฝันสลาย...การยืนท่ามกลางความหนาวหน้าโรงแรมสองชั่วโมง เพราะความใจดีของตัวเอง...ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเป็นบทบันทึกในความทรงจำของเราที่เราจะจดจำตลอดไป อ้อ รวมถึงนายโคกิ ที่ทำหน้าน่ากลัวใส่เรานั่นด้วย เล่นเอาสยองไปหลายวัน....

เดือนตุลาคม ช่วงวันปิยะ กับไฟลท์ที่จะเข็ดไปจนชั่วชีวิต ให้เราขึ้นฟรี ไปฟรีก็ไม่เอาอีกแล้ว Tiger Air ทำเอาเราเข็ดจนวันตายจริงๆนะ เป็นครั้งแรกที่ขึ้นเครื่องบินแล้วอยากจะอ๊วกขนาดนี้ บินเขย่าไปเขย่ามา เครื่องก็เล็กอึดอัด ไม่สบายเลย แถมเอาขนมขึ้นมากินก็ยังมาทำหน้าดุใส่อีก(ก็เมิงไม่มีให้กินนี่หว่า สมเป็นโลว์คอสจริงๆ) ไปสิงคโปร์คราวนี้ เป็นการเดินทางที่ไม่ประทับใจเลยจริงๆ จนไม่รู้จะไปทำไม สิงคโปร์นี่ เทียบกับกรุงเทพแล้ว เราว่าเราอยู่กรุงเทพยังมีที่ให้ไปมากกว่าอีก สิ่งเดียวที่ประทับใจคือเด็กร้านขายไอติมอร่อย ไอติมอร่อย และเด็กขายน่ารักชะมัด โฮะๆๆ น่าซื้อกลับบ้านทั้งไอติมทั้งคนขายเลย เอ้อ แปลกดี ตอนที่ไปเดินวนน้ำพุอธิษฐานที่ Suntec City สิ่งเดียวที่อธิษฐานตอนนั้น ยังไม่วายเป็นการขอให้ได้พบหน้าคนบางคนอีกครั้ง จนถึงตอนนี้ก็ยังสงสัยตัวเองว่า ทำไม ทั้งที่น่าจะลืมผู้ชายคนนั้นไปได้แล้วแท้ๆ....

ปลายเดือนตุลาคม พักจากสิงคโปร์ได้ไม่ถึงอาทิตย์ดี และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่มีความสุขอีกครั้ง การไปเกาหลีครั้งนี้ เป็นครั้งที่เรารู้สึกแฮปปี้และมีความสุขที่สุด เป็นครั้งที่เรารู้สึกอยากกลับไป และทำให้เราคิดถึงเกาหลีมากที่สุด ช่วงเวลา 5-6 วันที่ได้ไปกับ เปิ้ล , นก , กวาง , ชมพู , พี่จิ๋ม , นารถ เป็นช่วงเวลาดีๆที่เกิดที่นั่นจริงๆนะ ถึงจะมีเรื่องที่ทำให้ต้องเสียใจอยู่ เรื่องที่เราทั้งเจ็ดคนรู้สึกอย่างเดียวกัน ความรู้สึกที่เจ็บใจ เสียใจ ช้ำใจ ก็ยังคงจำได้และรู้สึกอยู่ ถึงจะพยายามลืมก็เถอะ แต่เราควรจะลืมมันไปใช่ไม๊?? แต่ยังไงก็ยังมีเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นให้จำอยู่ดี เราจะจำแต่สิ่งดีๆที่เกิดขึ้น....ไปเกาหลีครั้งนี้ เพราะได้บัตรคอนเสิร์ต วีไอพี จากแกรมมี่มา 12 ใบ ให้เพื่อนที่เกาหลี 5 คน ที่เหลือของเราเจ็ดคน ที่นั่งวีไอพีนี่มันดีจริงๆนะ เสียแต่ว่าเราโง่เอง ที่ทำไมตอนดงบังขึ้นเวที ขณะที่คนอื่นวิ่งไปข้างหน้าเวทีด้วยความชุลมุน ตูกลับชุลมุนหาที่นั่ง แทนที่จะวิ่งขึ้นไปยืนเบียดกับเค้า ช่างโง่ดีแท้....แต่ก็นะ ยังไงก็ยังได้เห็นหน้าชุนชุนล่ะนะ ยังไงก็ยังได้เห็นยุนยุนที่แอบประคองจุงกี้ล่ะนะ ยังไงก็ได้เห็น ควรจะคิดแบบนี้ล่ะนะ เพื่อความสบายใจ อารมณ์เหมือนตามจูเนียร์มาเยือน พอดงบังแสดงจบก็รีบลุกออกจากคอนเพื่อจะไปตาม สำนึกขึ้นมาได้เมื่ออออกมาจากคอนเรียบร้อยแล้วว่า กูยังไม่ได้ดูชินหวา ยังไม่ได้เห็นหน้าเฮซองที่รักเลย แต่ดันเจือกออกมาเรียบร้อยแล้ว กรรมจริง....ไหนๆก็ไหนๆ ก็เลยตัดสินใจไปบ้านดงบังกัน กว่าจะไปถึงก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว ยังคิดอยู่เลยว่า แต่ละท่านคงขึ้นบรรทมกันแล้วล่ะมั๊ง แต่เจ็ดสาวก็ยังไม่ย่อท้อ ด้วยอารมณ์ที่ว่า เห็นเด็กเกาหลีมันอยู่กันยั๊วเยี๊ยะไปหมด เราเลยอยู่บ้างวะ ไม่ยอมแพ้ แต่ก็ได้แค่นั้น แหงนหน้ามองกระจกห้องหนุ่มๆให้โหยหาเล่น ด้วยความหวังริบหรี่ว่า ไหนๆมาเกาหลีทั้งที ขอให้ได้ยลหน้าใกล้ๆซักครั้ง ยังแอบหวังว่าเผื่อยุนยุนจะออกมาแปปี้นิวเมีย(ก็เมียคนเก่าที่ชื่อจุงกี้น่ะแหล่ะ) เหมือนอย่างตอนที่ออกมาแปปี้นิวเยียร์ซักครั้ง แต่ว่าก็ยังไร้วี่แวว อากาศก็ลดลงๆๆๆเรื่อยๆ ทั้งที่คืนก่อนหน้านั้นยังกระดี๊กระด๊า เดืนที่ดงแดมุนหลังจากที่ไปส่งพิตต้าที่ผับหลังปาร์ตี้บาร์บีคิวอยู่เลย ยังกระดี๊กระด๊า ไปปิ๊งหนุ่มฮันโซลที่ดงแดมุนอยู่เลย (คนไรหน้าเหมือน 1TYM ชะมัด ยิ้มทีละลายยยย) แต่คืนนี้ตูต้องมายืนอยู่ท่ามกลาง 3 องศา เพื่อ.....มองหน้าคนที่รอคอย....ตีสาม...ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดกร๊าดด ที่ด้านหน้าคอนโด อารามดีใจ นึกว่าดงบังมาแล้ว เลยรีบวิ่งไป ที่ไหนได้ เป็นใครไม่รู้ ด้วยความโง่ของตัวเอง ก็เลยวิ่งเข้าไปถามเค้าตอนที่เค้ากำลังจะเข้าประตูคอนโดว่า Who ru u? (คิดดูตอนนั้นมีแต่เค้าสามคน กับคนไทย 7 คนเนี่ยะ ยืนอยู่ เพราะแฟนเกาหลีไม่เข้ามา ตอนนั้นก็งงอยู่ว่าทำไม) คนที่หน้าตาดีที่สุด ผู้ขายในชุดขาวถามเรากลับว่า where u come from? เราก็ตอบไปว่า taegusaram มาตอนี้เพิ่งรู้ตัวว่า จริงๆมันคงต้องการถามว่า เมิงมาจากไหน ทำไมไม่รู้จักกูมากกว่า เพราะกลับมาเมืองไทยแล้ว ถึงได้รู้ว่า สามคนนั้นคือเหล่าสุดยอดของ Super Junior รุ่นน้องดงบังแห่งค่าย SM มีคุณซิน แล้วอีถึก(คนที่หล่อสุดในชุดขาวใช่มะ) แล้วก็ใครอีกคน จนตอนนี้ก็ยังลืมชื่อ (-__-lll) แต่อารมณ์หน้าคุณซินเค้าเหมอืนต้องการบอกเราว่า เมิงอย่ามายุ่งกะผัวกรู ประมาณนั้นเลย (ทุกคนลงความเห็นเป็นอย่างเดียวกัน) หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการ รอ รอ และ รอ ต่อไป จนถึงเวลา เจ็ดโมงสิบห้า.....และแล้ว ก็มีผู้ชายหัวน้ำตาลๆคนนึงเดินมาขึ้นรถตู้ฟิลม์ทะมึน(แปลว่าดำมาก) ต่อด้วยอีกคนนึงเป็นเงาตะคุ่มๆตามไป ไอ้เรามัวแต่กินโอเด้งด้วยความหนาวอยู่ เลยไม่่ทันได้มองนึกว่าสต๊าฟ...หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยผู้ชายหัวทอง เมื่อนั้นแหล่ะรู้แล้วว่า สองคนที่ขึ้นไปคือใคร โอวว อยากจะนอนดิ้นตายอยู่ตรงนั้น เพราะชุนชุนของชั๊น เป็นบุคคลในเงาตะคุ่มที่ขึ้นไปนั่นเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสองคนที่ได้เห็นในระยะประชิดก็จึงเหลือเพียง ยุนยุนและจุงกี้ หลังจากที่สต๊าฟไล่ตบจิกแฟนเกาหลีไปแล้ว แต่ได้แต่มองพวกเราเจ็ดคนไม่กล้าทำไรเพราะเห็นว่าเป็นคนไทย (แต่นารถก็โดนผลักออกมาอย่างแรง สงสัยเพราะหน้ากลมกลืนกับคนเกาหลีไปหน่อย) คือ เราโคตรเกลียดเมเนเจอร์ดงบังเลย รุนแรงซาดิสม์โคตรๆ แล้วดงบังทำไรไม่ได้ไง ได้แต่ยืนมอง ไม่กล้าหือผู้จัดการ เพราะว่าดงับงยังไม่แกร่งเท่าชินหวา ยังไงก็ต้องอาศัยผู้จัดการ เอ้อ....สงสัยล่ะซิ ทำไม๊ ที่เหลือสองคนที่ยังไม่ขึ้นรถ ต้องเป็นยุนยุน กับ จุงกี้ .... นี่แหล่ะ เหตุการณ์ที่ทำให้เรายิ่งเชื่อในความรกของเค้าสองคนเข้าไปใหญ่ เพราะว่าตอนนั้นจุงกี้ยังต้องใช้ไม้เท้าอยู่ ในขณะที่สามคนขึ้นรถไปหมดแล้ว แต่ยุนยุน ประคองจุงกี้มาขึ้นรถ พอเห็นแฟนเพลงก็ปล่อยออก แล้วเดินมาที่ประตูรถตู้ก่อน รออยู่ซักพักให้เราได้มองจนน้ำลายหกเล่น จุงกี้ก็เดินกระเผลกๆออกมา แต่อารมณ์ตอนนั้นเราแสบตา เพราะออร่าของจุงกี้เข้ามาทิ่มตา ผู้ชายบ้าอะไรวะ เพอร์เฟคจนล้น คือ หน้าขาว ผมดำ ปากแดงมา ในระยะห้าเมตรที่มองเห็น ไม่มีจุดไหนที่จะติได้เลย ถ้าเราชอบจุงกี้ เราคงเพ้อจนละลายอยู่ตรงนั้นแล้ว แต่อารมณ์ตอนนั้นเราได้แต่มอง แล้วอาวรณ์คนที่ขึ้นรถไปแล้วมากกว่า...เล่าต่อๆ แล้วหลังจากที่ยุนยุนรอจุงกี้ เธอก็ช่วยประคองจุงกี้ขึ้นรถก่อน ฟอร์ว๊อท?? ทั้งที่มีสต๊าฟยืนอยู่ตรงนั้นคอยช่วย แต่เธอก็ยังยืนเพื่อจะบอกว่า นี่หน้าที่กรู ค่อยๆเดิน ค่อยๆขึ้นนะจ๊ะ เมียจ๋า...เดี๋ยวลูกในท้องกระเทือน.....(หึหึ) ถึงตอนนี้เราเชื่อแล้วว่า เค้าสองคนรักกัน เหอๆๆๆ.....ยุนยุน จุงกี้ เป็นคู่ที่เหมาะสมที่สุดเลย....ไอเลิฟยู...ชุนชุน(เอ๊ะ...ยังไง) วันนั้น น้องๆกลับกันมาตอนตีสี่แล้วก็ต้องตื่นเจ็ดโมงเช้าเพื่อเดินทางไปญี่ปุ่น ทิ้งให้พวกเราอยู่เกาหลีอีก 4 วันที่เหลือด้วยความรู้สึกที่.......ลั่ลล๊า เพราะได้เจอหนุ่มขายแว่นที่เมียงดง ซะงั๊น....hahah~~ คืนวันรุ่งขึ้น ไปล๊อตเต้เวิล์ด เจอหนุ่มเกาหลีมาบอกรัก ไอชิเตรุด้วย (มันนึกว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น ซะงั๊น) กวางทำกล้องตกหายตอนเล่นเครื่องเล่น แต่ก็ได้คืน ทำให้เรารู้ความสำคัญของการมีโทรศัพท์มือถือหว้ใช้ตอนอยู่เกาหลีมากเลย หลังจากล๊อตเต้เวิล์ด ก็ไปหาฮันโซลที่ดงแดมันต่อ ต้องอาศัยความหน้าด้านของเรา ในที่สุดกวางก็ได้รูปคู่กับฮันโซลไว้ในครอบครองจนได้ คนอื่นก็ได้ด้วย เป็นผลพลอยได้ เหอๆๆๆ ฮันโซล 1TYM น่ารักชะมัดดด!!! วันรุ่นขึ้น ก็ชอปปิ้งๆๆๆ ชีวิตการมาครั้งนี้ มีแต่ชอปๆๆๆ มีเรื่องให้จำอีกมากมาย ทั้งเรื่องของบูลโกกิที่กลายเป็นเนื้อซะงั๊น เรื่องของหนุ่มขายแว่นที่เมียงดง ที่จนตอนนี้ก็ยังหลงเพ้อกันอยู่ จนเดี๋ยวเราต้องกลับไปถามชื่อให้ได้ เอ้อ แล้วยังวันที่วันรุ่งขึ้นไปโซลทาวเวอร์แล้วได้เจอ คิบอม แห่ง Super Junior อีกครั้ง แต่ตอนนั้นทุกคนนึกว่าเป็นสต๊าฟกองถ่าย(คือเค้าถ่ายละครไรกันอยู่ซักอย่าง พระเอกน่ารักมาก จนนึกว่าคนอื่นเป็นหัวผักกาดไปหมดเลย) ส่วนคิบอมเนี่ยะ ขอโทษจริงๆ ขนาดเดินเข้ามาหามายิ้มให้ เหมือนอยากจะมาคุยด้วยกับพวกเรา แต่เราก็ยังไม่เห็นออร่าความเป็นดาราของเค้าเลย กว่าจะรู้ตัวก้กลับมาเมืองไทยเนี่ยะล่ะ คิดแล้วช้ำใจไม่หาย โฮ....กรูสายตาถั่วอย่างแรง รู้งี๊ ถ่ายรูปกัยคิบอมไว้เป็นที่ระลึกก็คงดี....ชาตินี้จะมีโอกาสอีกไม๊วะเนี่ยะ สรุปว่าการไปเกาหลีครั้งนี้ เราได้เจอ Super Junior อย่างใกล้ชิดทั้งหมด 4 คน เจอดงบังระยะ 5 เมตร แต่มองชุนชุนไม่ทัน อืมมม ทำไมมีแต่เรื่องให้เสียดายๆๆๆวะเนี่ยะ ทุเรดตัวเองจริงๆ แต่ยังไงก็ตาม การไปเกาหลีครั้งนี้ก็ถือว่าสนุกที่สุดเท่าที่เคยไปมาก่อนหน้านี้ ประทับใจที่สุด แล้วก็ทำให้คิดถึงเกาหลีมากที่สุดจริงๆ.....เอ้อ แต่อาจจะไม่ที่สุดในอนาคต เพราะเราเชื่อว่า ต่อไป ยังต้องมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากกว่านี้ซิน่า เนอะๆ คนเราอยู่ได้ด้วยความหวังครับ!!!


วันพุธหน้า (28 ธ.ค.นี้) ก็จะไปเกาหลีอีกรอบนึงแล้ว มีคนบอกว่า จะไปอะไรกันนักหนา ไม่เบื่อหรือไงกับเกาหลี เราก็ยังตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ไม่เบื่อ และไม่รู้ด้วยว่าเมื่อไหร่จะเบื่อ เพราะว่าเวลาไปเกาหลีแล้วเรารู้สึกมีความสุข อากาศเป็นสิ่งที่เราชอบที่สุดที่เกาหลี เวลาไปเกาหลีแล้ว ผิวจะดีขึ้นทุกครั้ง แต่ที่เราเกลียดก็คือคนเกาหลี เราไม่ชอบคนเกาหลี แต่เรารักดงบัง รักชินหวา รักโบอาด้วย....เหอๆๆๆ พุธหน้า ไปเคาท์ดาวน์ที่เกาหลีอีกแล้ว ยังคงหวังว่า การไปครั้งนี้จะมีเรื่องราวดีๆให้บันทึกไว้ในความทรงจำอีกครั้ง.....